แถลงการณ์
9 มีนาคม 2547
เรื่อง ขอให้รัฐบาลยุติปัญหาความเห็นที่ต่างกันโดยสันติวิธี
   
 
            เป็นที่ทราบกันทั่วไปแล้วว่ากว่า 13 วันของการต่อสู้คัดค้าน การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ (การไฟฟ้าฝ่ายผลิต)  ของพนักงานลูกจ้างการไฟฟ้า ฝ่ายผลิตโดยการนำของสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้าฝ่ายผลิต เพื่อ รักษาสมบัติของชาติและประชาชน 63 ล้านคน ได้รับการสนับสนุนจาก ประชาชนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เป็นลำดับ
            สหพันธ์แรงงานธนาคารและการเงินแห่งประเทศไทย (สธง.) ไม่สามารถนิ่งเฉยต่อสถานการณ์ดังกล่าว เพราะการต่อสู้ครั้งนี้เป็นการยก ระดับการต่อสู้กับนโยบายรัฐบาล ซึ่งประชาชนผู้เสียเปรียบในสังคมไทย ไม่เห็นด้วย ไฟฟ้า-น้ำประปา คือต้นทุนในการดำเนินชีวิตของประชาชนทุกหมู่เหล่าทั้งทางตรง และทางอ้อม
            สธง.ได้รับฟังคำชี้แจงและข้ออ้างจากรัฐบาลถึงประเด็น ที่รัฐบาล มีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องแปรรูปรัฐวิสาหกิจ (การไฟฟ้าฝ่ายผลิต) ซึ่งมี ประสิทธิภาพในการประกอบการมีผลกำไรต่อเนื่อง  ในขณะเดียวกันรัฐบาล ก็เร่งรัดควบรวม 3 สถาบันการเงิน ได้แก่ ธนาคารทหารไทย บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นทั้งสอง สถาบัน และมีผลประกอบการขาดทุนเพราะมีหนี้เน่าสูงกับธนาคารดีบีเอสไทยทนุ ซึ่งเป็น ของนายทุนต่างชาติ และมีผลประกอบการขาดทุนเนื่องจากมีหนี้เน่าสูงเช่นกัน ทำให้เกิดความสับสนในมวลหมู่ประชาชนเป็นอย่างยิ่ง เพราะการบริหารนโยบาย แปรรูปรัฐวิสาหกิจเพื่อประโยชน์ของประชาชนกลุ่มไหนกันแน่ กล่าวคือ กิจการใดที่รัฐ ถือหุ้นมีกำไรก็ขายให้นายทุน (ผู้ลงทุน) และกิจการใดขาดทุนก็อุ้ม ไม่ให้นายทุน (ผู้ลงทุน) ล้ม ส่วนพนักงานลูกจ้างการไฟฟ้าฝ่ายผลิตและพนักงานลูกจ้างสถาบันการเงินจะอยู่ได้อย่าง ไรช่างหัวมัน
            สธง.เห็นว่า รัฐบาลประชาธิปไตยซึ่งเป็นผู้กุมอำนาจรัฐ จะอ้าง ชัยชนะในการเลือกตั้งเป็นฐานความชอบธรรมในการตัดสินใจทุกเรื่อง โดย ไม่รับฟังความเห็นที่แตกต่าง ของประชาชนผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องใหญ่ ๆ ที่ส่งผลกระทบถึงประชาชนบางหมู่เหล่า รัฐบาลจะต้องรับฟัง ความคิดเห็นของประชาชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความสมดุล
            ต่อปัญหาการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ โดยการกระจายหุ้นเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ มิเพียงแต่รัฐบาลกับสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้าฝ่ายผลิต มีความเห็นแตกต่างกัน เรื่องแปรรูป การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแล้ว ประชาชนส่วนใหญ่ซึ่งเป็นผู้เสียเปรียบ และจะได้รับผลกระทบจากการเพิ่มราคาจำหน่ายไฟฟ้า หลังแปรรูป ก็ยังมีความเห็นแตกต่างจากกลุ่มทุน ซึ่งเป็นนักธุรกิจการเมืองใกล้ชิดรัฐบาล ซึ่งมีความพร้อมที่จะเข้าไปผูกขาดกิจการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแทนรัฐบาล
            เมื่อความเห็นของประชาชนแตกต่างจากรัฐบาลเช่นนี้แล้ว รัฐบาลก็สมควรจะเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น เพื่อขอประชามติการแปรรูป กฟผ.หรือไม่จากประชาชนไทยทุกหมู่เหล่า อันเป็นทางออกที่รัฐธรรม นูญกำหนดไว้เป็นกลไก ในการยุติปัญหาข้อขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกับ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการบริหารนโยบายของรัฐบาลด้วยสันติ วิธี
            เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งยุติปัญหาความ เห็นที่แตกต่างกันระหว่างรัฐบาลกับสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการ ไฟฟ้าฝ่ายผลิตด้วยการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชน เพื่อขอ ประชามติจากประชาชนทุกหมู่เหล่า ซึ่งรัฐธรรมนูญมีกลไกยุติปัญหาดังกล่าว อยู่แล้ว
            ในโอกาสเดียวกันนี้ ในนามของมวลหมู่สมาชิกสหภาพแรงงานสายธนาคาร 13 สหภาพซึ่งเป็นสมาชิก สธง. ขอใช้แถลงการณ์ฉบับนี้ส่ง ความปรารถนาและเป็นกำลังใจให้กับประธานคณะกรรมการและสมาชิก สหภาพแรงงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตทุกท่าน จงประสบชัยในการต่อสู้เพื่อ รักษาสมบัติของชาติและประชาชนส่วนใหญ่
   
 
ด้วยความศรัทธาและเชื่อมั่น
สหพันธ์แรงงานธนาคารและการเงินแห่งประเทศไทย
   
 
          
 
9 มีนาคม 2547 ตัวแทน สหพันธ์แรงงาน ธนาคารและการเงินแห่งประเทศไทย (สธง.)  กำลังแจกแถลงการณ์ (สธง.) ให้ผู้ เข้าร่วมชุมนุมและเวลาบ่ายโฆษกบนเวทีได้อ่านแถลงการณ์ให้ผู้ชุมนุมฟังบริเวณ ถนนราชดำเนิน ในหน้าทำเนียบรัฐบาล
 
9 มีนาคม 2547 ตัวแทน สหพันธ์ แรงงานธนาคารและการเงินแห่ง ประเทศไทย ร่วมชุมนุมที่ถนน ราชดำเนินใน รอคำตอบเพื่อเข้า พบนายกรัฐมนตรี
   
 
   
   
   
   
   

 

 
 
 
 
 
 
................................................................................................................................................
 
สงวนลิขสิทธิ์โดย " สำนักงานสหภาพแรงงานธนาคารกรุงเทพ "
เลขที่ 9  ถนนเสือป่า  แขวงเทพศิรินทร์  เขตป้อมปราบฯ  กรุงเทพ  10100
โทร. 0-2225-2166, 0-2222-2111 ต่อ 1291   Fax. 0-2225-2166   E-mail : bblunion@hotmail.com