ข้อตกลงร่วม

ระหว่าง

ธนาคารกรุงเทพ  จำกัด  (มหาชน)

กับ

สหภาพแรงงานธนาคารกรุงเทพ

ทำขึ้นตั้งแต่วันที่ 14 สิงหาคม 2550   ถึงวันที่ 19 ธันวาคม 2550

  ธนาคารกรุงเทพ  จำกัด  (มหาชน)  สำนักงานใหญ่

________________

 

                   ข้อตกลงร่วมฉบับนี้  ทำขึ้นระหว่าง  ธนาคารกรุงเทพ  จำกัด  (มหาชน)  สำนักงานใหญ่  ตั้งอยู่ที่เลขที่ 333  ถนนสีลม  แขวงสีลม  เขตบางรัก  จังหวัดกรุงเทพมหานคร  ฝ่ายหนึ่ง  กับ  สหภาพแรงงานธนาคารกรุงเทพ  ตั้งอยู่ที่เลขที่ 9  ถนนเสือป่า  แขวงเทพศิรินทร์  เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย  จังหวัดกรุงเทพมหานคร  อีกฝ่ายหนึ่ง

 

                                ทั้งสองฝ่ายได้ดำเนินการเจรจากันตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์  พ.ศ. 2518  สามารถตกลงกันได้ในแต่ละข้อดังนี้

ข้อ 1.      ธนาคารยึดหลักการบริหารจัดการที่ดี (Good Governance) ในกรณีที่มีการพิจารณาขึ้นเงินเดือนให้แก่พนักงาน  ธนาคารย่อมพิจารณาด้วยความเป็นธรรม  โดยคำนึงถึงผลการประเมินการปฏิบัติงานของพนักงานตามคำสั่งระเบียบงานของธนาคารเรื่อง การประเมินผลการปฏิบัติงาน  ที่ใช้บังคับอยู่เป็นสำคัญ

ข้อ 2.      ธนาคารตกลงปรับปรุงโครงสร้างเงินเดือนพนักงานตามข้อตกลงร่วมข้อ 1 ปี 2549

ดังปรากฏรายละเอียดที่ระบุไว้ในเอกสารแนบท้ายข้อตกลงร่วมฉบับนี้

ข้อ 3.      ธนาคารตกลงรับข้อเรียกร้องข้อ 3  ปี 2550 ไว้พิจารณา  และตกลงแจ้งอัตราเบี้ยเลี้ยงและค่าเช่าที่พักแรมสำหรับการเดินทางไปปฏิบัติงานนอกสำนักงานประจำซึ่งต้องพักแรมที่ปรับปรุงใหม่สำหรับพนักงานแต่ละยศชั้น  ให้สหภาพทราบภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2550

ข้อ 4.      ธนาคารตกลงจ่ายเงินช่วยเหลือพิเศษเฉพาะกาลในอัตรา 1 เท่าของเงินเดือน  โดยคำนวณจากฐานเงินเดือน ณ วันที่  30  ธันวาคม  2550    ให้แก่  () พนักงานที่มีสภาพเป็นพนักงาน ณ วันจ่ายเงิน หรือ ()  พนักงานที่จะเกษียณอายุจากธนาคารเมื่ออายุครบ 60 ปีในวันที่  31 ธันวาคม 2550         ในวันที่  21  มกราคม  2551   ดังนั้น  ข้อเรียกร้องของสหภาพแรงงานธนาคารกรุงเทพ ปี 2550 ข้อ 4  จึงเป็นอันยุติ

              อย่างไรก็ตาม   ธนาคารจะไม่จ่ายเงินช่วยเหลือพิเศษเฉพาะกาลให้แก่  () พนักงานที่กระทำความผิดฐานทุจริตหรือความผิดอื่นที่มีโทษทางวินัยถึงขั้นปลดออก  หรือ ()  พนักงานที่ปฏิบัติงานในปี 2550 ไม่ครบ 6 เดือน   หรือ ()  พนักงานที่ได้เกษียณอายุจากธนาคารก่อนอายุครบ 60 ปี ก่อนวันจ่ายเงิน

              ในกรณีที่พนักงานอยู่ในระหว่างถูกสอบสวนความผิดที่เข้าข่ายทุจริต หรือความผิดที่มีโทษสถานหนักขั้นปลดออก  ธนาคารจะระงับการจ่ายเงินช่วยเหลือพิเศษเฉพาะกาลไว้ชั่วคราวจนกว่าการพิจารณาความผิดจะแล้วเสร็จ

                ข้อ 5.      การมอบหมายงานของธนาคารให้แก่พนักงานเป็นไปตามหน้าที่และความรับผิดชอบที่ระบุไว้ใน Job Description ของธนาคาร    ในกรณีที่ธนาคารให้พนักงานทำงานที่มีขอบเขตความรับผิดชอบกว้างขวางกว่าเดิม    ธนาคารตกลงทบทวนปรับปรุงค่างานให้สอดคล้องกับความรับผิดชอบที่เปลี่ยนแปลงไป                        

                ข้อ 6.      ธนาคารตกลงปรับเพิ่มอัตราเงินสงเคราะห์บุตร ตามข้อตกลงร่วมข้อ 1 ปี 2533  ข้อ 15  ปี 2537  ข้อ 8 ปี 2539  และคำสั่งระเบียบงานของธนาคารที่เกี่ยวกับเรื่องการจ่ายเงินสงเคราะห์บุตรของพนักงาน     จากอัตราเดือนละ 250 บาทต่อบุตร 1 คน  เป็นอัตราเดือนละ 400 บาทต่อบุตร 1 คน   โดยจำนวนบุตรที่มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์จะได้ไม่เกิน  2 คน   

                                ข้อตกลงข้อนี้ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2551 เป็นต้นไป

                ข้อ 7.      ทั้งสองฝ่ายตกลงยกเลิกข้อตกลงร่วมข้อ 11 ปี 2546  และให้ใช้ข้อตกลงดังต่อไปนี้แทน

                                        “ธนาคารตกลงปรับอัตราเงินสงเคราะห์ครอบครัวตามคำสั่งระเบียบงานธนาคารที่ 14/2537  เรื่องระเบียบการสงเคราะห์ครอบครัวพนักงาน  ลูกจ้างที่ถึงแก่กรรม  หรือ  พนักงาน  ลูกจ้างที่เจ็บป่วย    หรือประสบอุบัติเหตุจนต้องพ้นจากหน้าที่การงาน  ดังนี้

1.     กรณีพนักงานหรือลูกจ้างของธนาคารผู้ใดถึงแก่กรรม หรือต้องพ้นจากตำแหน่งหน้าที่ในธนาคารเพราะไม่สามารถปฏิบัติงานต่อไปได้  เนื่องจากการเจ็บป่วยหรือประสบอุบัติเหตุที่            ไม่เกี่ยวกับการปฏิบัติงานให้แก่ธนาคาร  ธนาคารตกลงจ่ายเงินสงเคราะห์ครอบครัวผู้ถึงแก่กรรมให้แก่ทายาทหรือ   จ่ายให้แก่พนักงานหรือลูกจ้างที่ต้องออกจากงานด้วยเหตุดังกล่าว  ในอัตรา 15 เท่าของเงินเดือนเดือนสุดท้ายที่พนักงานหรือลูกจ้างได้รับอยู่  แต่ทั้งนี้ต้องไม่ต่ำกว่า 150,000 บาท และไม่เกินกว่า 400,000 บาท

2.     กรณีพนักงานหรือลูกจ้างของธนาคารผู้ใดถึงแก่กรรม หรือต้องพ้นจากตำแหน่งหน้าที่ในธนาคารเพราะไม่สามารถปฏิบัติงานต่อไปได้  เนื่องจากการเจ็บป่วยหรือประสบอุบัติเหตุจากการปฏิบัติงานให้แก่ธนาคาร  ธนาคารตกลงจ่ายเงินสงเคราะห์ครอบครัวผู้ถึงแก่กรรมให้แก่ทายาทหรือจ่ายให้แก่พนักงานหรือลูกจ้างที่ต้องออกจากงานด้วยเหตุดังกล่าว  ในอัตรา 30 เท่าของเงินเดือนเดือนสุดท้ายที่พนักงานหรือลูกจ้างได้รับอยู่  แต่ทั้งนี้ต้องไม่ต่ำกว่า 300,000 บาท  และไม่เกินกว่า 800,000 บาท”

                                                        หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในข้ออื่นของคำสั่งระเบียบงานธนาคารที่ 14/2537  ซึ่งมิได้       ถูกแก้ไขตามข้อ 1. และ ข้อ 2.  ข้างต้น  ให้มีผลใช้บังคับต่อไปตามเดิมทุกประการ

                                                        ข้อตกลงข้อนี้ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2551 เป็นต้นไป

                            

 

 

                ข้อ 8.      ธนาคารตกลงให้เงินบำเหน็จเฉพาะกาลแก่พนักงานที่เข้าทำงานก่อนวันที่มีการจดทะเบียนจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพพนักงานธนาคารกรุงเทพ จำกัด  ซึ่งจดทะเบียนแล้ว (ก่อนวันที่ 1 มกราคม 2532)  และพ้นสภาพจากการเป็นพนักงานโดยการเกษียณอายุจากธนาคาร  ตามหลักเกณฑ์  ดังนี้

                                        1.    เกษียณอายุ ในวันที่ 31 ธันวาคม 2552 และวันที่ 31 ธันวาคม 2553 

                                        เงินบำเหน็จ  =  เงินเดือนเดือนสุดท้าย x อายุงาน x 0.10 + ค่าชดเชยตามกฎหมาย

                                                                        หากพนักงานรายใด ได้รับเงินบำเหน็จซึ่งคำนวณจากเงินเดือนเดือนสุดท้าย           x  อายุงาน x 0.10 แล้ว  มีจำนวนต่ำกว่า 450,000 บาท  ธนาคารตกลงจ่ายในอัตรา 450,000 บาท + ค่าชดเชยตามกฎหมาย

                                        2.    เกษียณอายุ ในวันที่ 31 ธันวาคม 2554

                                        เงินบำเหน็จ  =  เงินเดือนเดือนสุดท้าย x อายุงาน x 0.05 + ค่าชดเชยตามกฎหมาย

                                                                        หากพนักงานรายใด ได้รับเงินบำเหน็จซึ่งคำนวณจากเงินเดือนเดือนสุดท้าย           x อายุงาน x 0.05 แล้ว  มีจำนวนต่ำกว่า 450,000 บาท  ธนาคารตกลงจ่ายในอัตรา 450,000 บาท + ค่าชดเชยตามกฎหมาย

                                                        ทั้งนี้  ให้ข้อตกลงเรื่องบำเหน็จเฉพาะกาลนี้ใช้กับพนักงานที่เข้าทำงานก่อนวันที่ 1 มกราคม 2532  และเกษียณอายุจากธนาคาร ในวันที่ 31 ธันวาคมของแต่ละปี  มีกำหนดระยะเวลานับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2552  และสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม 2554 

                                                        สำหรับพนักงานที่เข้าทำงานภายหลังวันที่ 1 มกราคม 2532  หากพ้นสภาพจากการเป็นพนักงานโดยการเกษียณอายุจากธนาคารมีสิทธิได้รับค่าชดเชยตามกฎหมาย

                                                        อนึ่ง  พนักงานที่เกษียณอายุในวันที่ 31 ธันวาคม 2550 และวันที่ 31 ธันวาคม 2551  ธนาคารตกลงจ่ายเงินบำเหน็จเฉพาะกาลในอัตราขั้นต่ำ 450,000 บาท + ค่าชดเชยตามกฎหมาย

                                        ข้อ 9.      ธนาคารตกลงปรับอัตราเงินช่วยเหลือค่าอาหารกลางวัน  สำหรับพนักงานเคลียริ่ง  พนักงานขับรถ  พนักงานรักษาความปลอดภัยสาขาที่คุ้มครองเงินสดไปส่งคลังจังหวัด  และตำแหน่งงานอื่นที่เคยได้รับสิทธิ  ซึ่งลักษณะงานจะต้องออกปฏิบัติงานภายนอกสถานที่ประจำ  จากเดิมในอัตราวันละ 35 บาทเป็นวันละ 70 บาท  เฉพาะในวันที่ปฏิบัติงาน  และพนักงานดังกล่าวไม่สามารถเบิกค่าเบี้ยเลี้ยงอื่น ๆ ในวันดังกล่าวได้   พร้อมทั้งทบทวนตำแหน่งงานที่มีสิทธิได้รับเบี้ยเลี้ยงในวันทำงานปกติสำหรับพนักงานที่เดินทางไปปฏิบัติงานนอกสำนักงานประจำโดยมิได้พักแรม  ตามความจำเป็นและเหมาะสมต่อไป

                                  ทั้งนี้  การปรับเงินช่วยเหลือค่าอาหารกลางวันให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2551 เป็นต้นไป

                                        ข้อ 10.    สหภาพถอนข้อเรียกร้องข้อ 10 ปี 2550  เนื่องจากธนาคารได้ดำเนินการประกาศรายชื่อสถานพยาบาล  โรงพยาบาล  และหลักเกณฑ์การใช้บริการรักษาพยาบาล  เพื่อให้พนักงานใช้บริการรักษาพยาบาลได้โดยไม่ต้องทดรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้พนักงานทราบ  โดยติดประกาศไว้ที่งานบริการสุขภาพ  และประชาสัมพันธ์ลงในวารสารข่าวสารของธนาคารแล้ว

                                        ข้อ 11.    ธนาคารตกลงดูแลให้มีพนักงานปฏิบัติงานในสาขาต่างๆเต็มอัตรากำลังโดยเร็ว 

                                ทั้งนี้  ทั้งสองฝ่ายตกลงกันว่า  คำสั่งระเบียบงาน  ข้อบังคับการทำงาน  ประกาศและคำสั่งต่าง ๆ ที่ให้สิทธิประโยชน์แก่พนักงาน  ข้อตกลงร่วมที่มีอยู่ก่อนฉบับนี้ทุกฉบับเฉพาะส่วนที่ไม่ขัดหรือแย้งกับข้อตกลงร่วม    ฉบับนี้ให้คงมีผลใช้บังคับต่อไป  และธนาคารมีสิทธิที่จะปรับปรุงแก้ไขหรือเพิ่มเติมคำสั่งระเบียบงาน  ข้อบังคับการทำงาน  ประกาศ  และคำสั่งต่าง ๆ  ได้  แต่ต้องไม่ขัดหรือแย้งกับข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่มีอยู่เดิม

 

                                ข้อตกลงข้อใดที่กำหนดวันเริ่มใช้บังคับไว้ให้เป็นไปตามนั้น  ข้อตกลงที่มิได้กำหนดวันเริ่มใช้บังคับไว้ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 10 กันยายน 2550 เป็นต้นไป

 

                                ทั้งสองฝ่ายได้ลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญ    วันที่ 19 ธันวาคม 2550

 

                                       ผู้แทนธนาคาร                                                                                 ผู้แทนสหภาพแรงงาน

 

 

                                (นายบดินทร์  อูนากูล)                                                                       (นายชัยสิทธิ์  สุขสมบูรณ์)

 

 

                                (นายนพดล  วัดขนาด)                                                                       (นางพรรณวดี  อัมพุช)

 

 

                                (นายเวทิศ  อัศวมังคละ)                                                                     (นายชูชาติ  อุรัมภรณ์)

 

 

                                (นายประยุทธ์  ยืนวงส์)                                                                      (นายองอาจพล  เชนช่วยญาติ)

 

 

                                (นายสุทธิเดช  พัฒนกำจร)                                                                (นายสุขสันต์  จันทร์ศิริ)

 

 

                                (นายสุดชัย  สุดศรีวิไล)                                                                      (นายพิชิต  สุขใส)

 

                               

                               ที่ปรึกษาคณะผู้แทนธนาคาร                                                             (นางวรรณรัตน์  รักยุติธรรม)

 

                   (นายวิเชียร  โชติสัจจานันท์)