ข้อกฏหมายแรงงาน
 
คดีเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรมต่อลูกจ้าง
 

     ลูกจ้างที่ถูกนายจ้างและเห็นว่าการเลิกจ้างนั้นไม่เป็นธรรม อาจนำคดีไปฟ้องศาลแรงงานได้ตาม พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๙ ซึ่งบัญญัติว่า  

" การพิจารณาคดีในกรณีที่นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้าง ถ้าศาลแรงงานเห็นว่าการเลิกจ้างลูกจ้างนั้นไม่เป็นธรรมต่อลูกจ้าง ศาลแรงงานอาจสั่งให้นายจ้างรับลูกจ้างผู้นั้นเข้าทำงานต่อไป ในอัตราค่าจ้างที่ได้รับในขณะที่เลิกจ้าง ถ้าศาลแรงงานเห็นว่าลูกจ้างกับนายจ้างไม่อาจทำงานร่วมกันต่อไปได้ ให้ ศาลแรงงานกำหนดจำนวนค่าเสียหายให้นายจ้างชดใช้ให้แทน โดยให้ศาลคำนึงถึงอายุของลูกจ้าง ระยะเวลาการทำงานของลูกจ้าง ความเดือดร้อนของลูกจ้างเมื่อถูกเลิกจ้าง มูลเหตุแห่งการเลิกจ้าง และเงินค่าชดเชยที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับประกอบการพิจารณา "

 
บทคุ้มกันในระหว่างการเจรจาฯ
 

     เมื่อมีการยื่นข้อเรียกร้องแล้ว นับแต่เวลานั้นไปถ้ายังอยู่ในระหว่างการเจรจาหรือการ ไกล่เกลี่ย หรือถ้ามีการแต่งตั้งผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานและอยู่ในระหว่างการชี้ขาดดังกล่าว นายจ้างจะเลิกจ้าง หรือโยกย้ายหน้าที่การงานของลูกจ้างซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องไม่ได้ เว้นแต่ลูกจ้างผู้นั้น

  1. ทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง
  2. จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย
  3. ฝ่าฝืนข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของนายจ้าง โดยนายจ้างได้ว่ากล่าวตักเตือน ทั้งนี้ ข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งนั้นต้องมิได้ออกเพื่อขัดขวางมิให้บุคคลดังกล่าวดำเนินการเกี่ยวกับข้อเรียกร้อง
  4. ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลา ๓ วันทำงานติดต่อกันโดยไม่เหตุผลอันสมควร (มาตรา ๓๑)

     นายจ้างที่ฝ่ายฝืนบทบัญญัติดังกล่าว มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๖ เดือน หรือปรับไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา ๑๖๓)
 

 
บทคุ้มครองเมื่อมีข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างหรือมีคำชี้ขาด
 

     ในระหว่างที่ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง หรือคำชี้ขาดมีผลใช้บังคับนายจ้างจะเลิกลูกจ้างซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องไม่ได้ เว้นแต่ลูกจ้างดังกล่าว

  1. ทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง
  2. จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย
  3. ฝ่าฝืนข้อบังคับระเบียบหรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของนายจ้าง โดยนายจ้างได้ว่ากล่าวตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว เว้นแต่กรณีที่ร้ายแรง นายจ้างไม่จำเป็นต้องว่ากล่าวตักเตือน ทั้งนี้ ข้อบังคับ ระเบียบหรือคำสั่งนั้น ต้องมิได้ออกเพื่อขัดขวางมิให้บุคคลดังกล่าวดำเนินการเกี่ยวกับข้อเรียกร้อง
  4. ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลา ๓ วันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร หรือ
  5. กระทำการใดๆเป็นการยุยงสนับสนุน หรือชักชวนให้มีการฝ่าฝืนข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างหรือคำชี้ขาด (มาตรา ๑๒๓)

     ในกรณีที่นายจ้างฝ่าฝืนบทบัญญัติดังกล่าวข้างต้นจะถือว่าเป็น "การกระทำอันไม่เป็นธรรม" ลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างอาจไปยื่นคำร้องกล่าวหาต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ได้ภายใน ๖๐ วัน เมื่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์สอบข้อเท็จจริงจากนายจ้างและลูกจ้างผู้กล่าวหาแล้ว หากเห็นว่านายจ้างฝ่าฝืนบทบัญญัติดังกล่าวจริง ก็จะสั่งให้นายจ้างรับลูกจ้างนั้นกลับเข้าทำงาน หรือให้จ่ายค่าเสียหายตามจำนวนที่เห็นสมควรได้ (มาตรา ๑๒๔, ๑๒๕, ๔๑)

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
................................................................................................................................................
 
สงวนลิขสิทธิ์โดย " สำนักงานสหภาพแรงงานธนาคารกรุงเทพ "
เลขที่ 9  ถนนเสือป่า  แขวงเทพศิรินทร์  เขตป้อมปราบฯ  กรุงเทพ  10100
โทร. 0-2225-2166, 0-2222-2111 ต่อ 1291   Fax. 0-2225-2166   E-mail : bblunion@hotmail.com