ข้อบังคับ
สหพันธ์แรงงานธนาคารและการเงินแห่งประเทศไทย
ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2542

             ด้วยที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปีของสหพันธ์แรงงานธนาคารและการเงินแห่งประเทศไทย ได้มีมติเมื่อวันเสาร์ที่ 20 มีนาคม 2536 และวันอาทิตย์ที่ 9 พฤษภาคม 2542 ให้แก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับของสหพันธ์แรงงานธนาคารและการเงินแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2531 (รับจด ทะเบียนไว้เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2533) หมวดที่ 2 ข้อที่ 6 , หมวดที่ 5 ข้อที่ 14 และ 15 (2) ข้อ 16 , หมวดที่ 9 ข้อ 36 (6) โดยให้ใช้ข้อความที่ ได้แก้ไขเพิ่มเติมไว้แล้วแทน
            โดยที่ข้อบังคับของสหพันธ์แรงงานธนาคารและการเงินแห่งประเทศไทย ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมเติมหลายครั้ง มิได้รวบรวมไว้ทำ ให้ไม่สะดวกต่อการใช้ จึงจัดทำข้อบังคับฉบับนี้แทน โดยให้คงข้อบังคับอื่น ๆ ไว้ นอกจากที่ประชุมใหญ่ได้มีมติให้แก้ไขดังกล่าวข้างต้น ดังนั้นที่ประชุมใหญ่ฯ จึงมีมติยกเลิกข้อบังคับสหพันธ์แรงงานธนาคารและการเงินแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2531 และข้อบังคับสหพันธ์ แรงงานธนาคารและกาเงินแห่งประเทศไทยฉบับแก้ไขเพิ่มเติมที่มีอยู่ก่อนทั้งหมด และให้ใช้ข้อบังคับฉบับนี้แทน

หมวดที่ 1
บททั่วไป


                    ข้อ 1. ข้อบังคับนี้เรียกว่า "ข้อบังคับสหพันธ์แรงงานธนาคารและการเงินแห่งประเทศไทย ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม
พ.ศ. 2542
ข้อ 2 ข้อบังคับนี้ให้มีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่นายทะเบียนจดทะเบียนเป็นต้นไป
ข้อ 3 สหพันธ์แรงงานนี้มีชื่อว่า "สหพันธ์แรงงานธนาคารและการเงินแห่งประเทศไทย" ใช้ชื่อย่อเป็นภาษา
ไทยว่า "สธง."
มีชื่อเป็นภาษาไทยว่า "The Federation of Bank And Financial Workers Unions of Thailand" ชื่อ
ย่อภาษาอังกฤษ "FBFT"
ข้อ 4 ในข้อบังคับนี้ "สหพันธ์" หมายถึง สหพันธ์แรงงานธนาคารและการเงินแห่งประเทศไทย
"สมาชิก" หมายถึง สหภาพแรงงานที่เป็นสมาชิกสหพันธ์
"ผู้แทน" หมายถึง ผู้แทนของสหภาพแรงงานที่เป็นสมาชิก
"คณะกรรมการ" หมายถึง คณะกรรมการสหพันธ์
"กรรมการ" หมายถึง กรรมกรสหพันธ์
"ที่ประชุมใหญ่" หมายถึง ที่ประชุมใหญ่สามัญและวิสามัญของสหพันธ์

หมวดที่ 2
เครื่องหมายและที่ตั้งสำนักงาน

ข้อ 5. เครื่องหมายของสหพันธ์ มีดังนี้
ภายในกรอบวงกลมรูปโลก มีรูปมือสองมือชูป้ายชื่อ "สธง." ด้านบนของกรอบวงกลมมีอักษรภาษา
ไทยว่า "สหพันธ์แรงงานธนาคารและการเงินแห่งประเทศไทย"
ด้านล่าง นอกจากกรอบวงกลมมีอักษรภาษาอังกฤษว่า "The Federation of Bank And Financial
Workers Unions of Thailand"
เครื่องหมายของสหพันธ์มีเป็นรูปดังนี้


---------------

ข้อ 6 สำนักงานของสหพันธ์ตั้งอยู่ ณ อาคาร เลขที่ 264/57-58 ถนนสุขสวัสดิ์ ซอย 13 แขวงบางปะกอก
เขราษฎร์บูรณะ กรุงเทพฯ 10140

หมวดที่ 3
วัตถุประสงค์
ข้อ 7 สหพันธ์จัดตั้งขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์ดังนี้
(1) เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ให้แก่สมาชิกและลูกจ้างในกิจการ การเงิน และการประกันภัย
(2) เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์อันดี ระหว่างสมาชิกด้วยกัน และระหว่างสมาชิกกับสหภาพแรงงานอื่น ๆ
(3) เพื่อให้การศึกษา ส่งเสริมการแรงงานสัมพันธ์ และการพัฒนาความสามารถของสมาชิก

หมวดที่ 4
สมาชิกสหภาพ
ข้อ 8. สมาชิกสหพันธ์มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
(1) เป็นสหภาพแรงงานในกิจการธนาคาร การเงิน หรือประกันภัย
(2) ไม่เป็นสมาชิกสหพันธ์แรงงานอื่น
ข้อ 9. การสมัครเป็นสมาชิกสหพันธ์ ให้ยื่นความจำนงตามแบบที่สหพันธ์กำหนด ณ สำนักงานสหพันธ์ โดย
มีกรรมการรับรองสองคน และให้เลขาธิการนำใบสมัครเสนอต่อคณะกรรมการบริหารในการประชุม
ครั้งต่อไป นับจากวันที่ได้รับใบสมัคร
ข้อ 10. การพิจารณารับเข้าเป็นสมาชิกสหพันธ์ ให้กระทำโดยการลงมติด้วยคะแนนเสียงข้างมากของคณะ
กรรมการ
ข้อ 11. คณะกรรมการมีสิทธิที่จะปฏิเสธคำขอสมัครเข้าเป็นสมาชิกสหพันธ์ได้ โดยแจ้งสาเหตุและคืนเงินค่า
สมัคร คำตัดสินของคณะกรรมการในกรณีดังกล่าวให้ถือเป็นที่ยุติ
ข้อ 13. สมาชิกภาพสิ้นสุดด้วยเหตุดังต่อไปนี้
(1) ขาดคุณสมบัติตามข้อ 8.
(2) ลาออกเป็นหนังสือต่อสหพันธ์
(3) ค้างชำระค่าบำรุงติดต่อกันเกินสามเดือน และเหรัญญิกสหพันธ์มีหนังสือเตือนทันที และให้เตือนอีกไม่น้อยกว่าสองครั้ง โดยแต่ละครั้งตั้งมีระยะห่างกันไม่น้อยกว่าครั้งละสามสิบวัน
(4) ที่ประชุมใหญ่มีมติให้ออกจากการเป็นสมาชิก ด้วยคะแนนเสียง สองในสามของผู้แทนทั้งหมด

หมวดที่ 5
ค่าสมัครและค่าบำรุง
ข้อ 14. ค่าสมัครสมาชิกสหพันธ์ ชำระครั้งเดียวในอัตราห้าร้อยบาทโดยชำระพร้อมกับการยื่นใบสมัคร
ข้อ 15. ค่าบำรุงให้ชำระเป็นรายเดือนตามจำนวนลูกจ้างที่เป็นสมาชิกสหภาพแรงงานในอัตรา ดังนี้
(1) สมาชิกที่มีลูกจ้างเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานไม่เกินจำนวนสี่ร้อยคน อัตราค่าบำรุงเดือนละสองร้อยบาท
(2) สมาชิกที่มีลูกจ้างเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานเกินจำนวนสี่ร้อยคน อัตราค่าบำรุงเดือนละเจ็ดสิบห้าสตางค์ต่อคน ทั้งนี้เศษของหนึ่งร้อยคนไม่ต้องนำมาคำนวณค่าบำรุง
อนึ่ง เพื่อประโยชน์ในการคำนวณค่าบำรุงตาม (2) คณะกรรมการอาจมีมติได้คำนวณตามจำนวนสมาชิกสหภาพแรงงานที่จ่ายค่าบำรุงจริง โดยพิจารณาจากรายได้ค่าบำรุงในงบดุลของสมาชิกที่ผู้ตรวจสอบบัญชีรับรองแล้วก็ได้
ข้อ 16. การชำระค่าบำรุงต้องแบ่งชำระเป็นสองงวด โดยให้ชำระงวดแรกในวันสุดท้ายและให้ชำระของเดือน
มกราคม และให้ชำระงวดหลังในวันสุดท้ายของเดือนมิถุนายนทุกปี

หมวดที่ 6
สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก
ข้อ 17. จำนวนผู้แทนของสมาชิกที่มีสิทธิออกเสียงในที่ประชุมใหญ่มีดังนี้
(1) สมาชิกที่มีลูกจ้างเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานไม่เกินจำนวนสี่ร้อยคน มีสิทธิส่งผู้แทนได้หนึ่งคน
(2) สมาชิกที่มีลูกจ้างเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานเกินจำนวนสี่ร้อยคนแต่ไม่เกินสองพันคน มีสิทธิส่งผู้แทนได้ในอัตราสี่ร้อยคนต่อผู้แทนหนึ่งคน ส่วนที่เกินสองพันคนมีสิทธิส่งผู้แทนได้ในอัตราแปดร้อยคนต่อผู้แทนหนึ่งคน
การแจ้งเปลี่ยนแปลงจำนวนลูกจ้างที่เป็นสมาชิกสหภาพแรงงานให้แจ้งเป็นหนังสือต่อสหพันธ์ภายในหกสิบวัน นับตั้งแต่วันสิ้นปีปฏิทิน แต่ต้องก่อนวันประชุมใหญ่ของสหพันธ์ไม่น้อยกว่าห้าสิบวัน และจำนวนลูกจ้างที่เป็นสมาชิกสหภาพแรงงานที่แจ้งนั้นให้ถือเป็นอัตราสำหรับการชำระค่าบำรุงนับตั้งแต่เดือนมกราคมของปีนั้นเป็นต้นไป
การแจ้งชื่อผู้แทนเข้าประชุม ต้องแจ้งก่อนวันประชุมใหญ่ไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน
ข้อ 18. ประธานของสมาชิกทุกแห่ง ให้ถือเป็นผู้แทนโดยตำแหน่ง ไม่นับรวมจำนวนผู้แทนที่สมาชิกมีสิทธิส่ง
ตามหมวดที่ 6 ข้อ 17


ข้อ 19. สมาชิกมีสิทธิดังนี้
(1) ได้รับการสนับสนุนและความช่วยเหลือจากสหพันธ์โดยเท่าเทียมกัน
(2) เข้าร่วมกิจกรรมที่สหพันธ์จัดขึ้น
(3) ส่งผู้แทนเข้าร่วมประชุมใหญ่ เพื่อแสดงความคิดเห็นในการดำเนินงานทั้งปวงของสหพันธ์หรือออกเสียงลงมติต่าง ๆ
(4) ส่งผู้แทนสมัครรับเลือกตั้งเป็นกรรมการ
(5) เปิดประชุมใหญ่วิสามัญเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ และถอดถอนกรรมการทั้งคณะ หรือกรรมการคนใดคนหนึ่ง โดยผู้แทนต้องเข้าชื่อกัน ไม่น้อยกว่าสองในสามของผู้แทนทั้งหมด
(6) เปิดประชุมใหญ่วิสามัญ หรือเพื่อการอื่น ๆ อันไม่เกี่ยวกับ หมวดที่ 6 ข้อ 19 (5) โดยผู้แทนต้องเข้าชื่อกันไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของผู้แทนทั้งหมด
(7) ยื่นคำร้องขอตรวจสอบทะเบียนสมาชิก สรรพบัญชี เอกสารหรือหลักฐานต่าง ๆ เพื่อทราบกาดำเนินงานของสหพันธ์
ข้อ 20. สมาชิกมีหน้าที่ดังนี้
(1) ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับ และมติของคณะกรรมการอย่างเคร่งครัด
(2) ส่งผู้แทนเต็มจำนวนตามลัทธิเข้าร่วมประชุมตามที่สหพันธ์กำหนด
(3) ต้องชำระค่าบำรุงประจำเดือนต่อเหรัญญิกสหพันธ์ หากค้างส่งชำระค่าบำรุงเกินกว่าสามเดือน สิทธิตามระบุไว้ในหมวดที่ 6 ข้อ 19 ต้องระงับสิ้นไป
(4) ต้องให้ความร่วมมือ และสนับสนุนในกิจกรรมต่าง ๆ เมื่อสหพันธ์ร้องขอ
(5) ให้ความช่วยเหลือสมาชิกด้วยกัน ตามความสามารถและโอกาสเท่าที่จะกระทำได้

หมวดที่ 7
การประชุมใหญ่
ข้อ 21. คณะกรรมการต้องจัดให้มีการประชุมผู้แทนทั้งหมดเป็นการประชุมใหญ่สามัญของสหพันธ์ทุกระยะ
หนึ่งปี โดยปกติจะประชุมในเดือนพฤษภาคม หรือเดือนอื่นตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร และเป็น
ผู้กำหนดสถานที่และเวลาประชุม โดยเลขาธิการแจ้งให้ผู้แทนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามสิบวัน
ให้ประธานสหพันธ์ทำหน้าที่เป็นประธานที่ประชุมใหญ่ของสหพันธ์ หากประธานสห
พันธ์ไม่อยู่ ให้รองประธานสหพันธ์ทำหน้าที่เป็นประธานที่ประชุมแทน
ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับประธาน ให้ที่ประชุมเลือกตั้งผู้เข้าร่วมประชุมคนหนึ่งคนใดเข้าทำ
หน้าที่เป็นประธานที่ประชุมเฉพาะเรื่องนั้น ๆ
ข้อ 22. กิจกรรมในที่ประชุมใหญ่พึงกระทำ ดังต่อไปนี้
(1) รับรองรายงานการประชุมใหญ่ที่ผ่านมา
(2) รับรองรายงานกิจการและความก้าวหน้าของสหพันธ์ ที่คณะกรมการเสนอประจำปี
(3) รับรองงบดุลและงบประมาณ
(4) แก้ไข เพิ่มเติม และเปลี่ยนแปลงข้อบังคับสหพันธ์
(5) เลือกตั้งกรรมการสหพันธ์ตามจำนวนที่คณะกรรมการกำหนด แต่ไม่เกินจำนวนที่กำหนดไว้ในข้อ 33
(6) เลือกตั้งผู้ตรวจสอบบัญชี
(7) ลงมติให้สหพันธ์เข้าเป็นสมาชิกองค์การอื่นที่มีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์ของผู้ใช้แรงงาน
(8) พิจารณาญัตติอื่น ๆ
ข้อ 23. การพิจารณาญัตติไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดก็ตามที่ผู้แทนเสนอ จะกระทำได้ก็ต่อเมื่อผู้เสนอได้ยื่นญัตตินั้นต่อ
เลขาธิการสหพันธ์ เป็นเวลาไม่น้อยกว่าสิบห้าวันก่อนวันประชุมใหญ่และญัตตินั้นได้รับการับรองจาก
ผู้แทน ไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนผู้แทนทั้งหมด
ในกรณีมีการเสนอแปรญัตติในญัตติที่ได้ยื่นไว้แล้ว ให้มีเสียงรับรองไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของผู้เข้า
ร่วมประชุม
ข้อ 24. การประชุมใหญ่ต้องมีผู้แทนมาประชุมกึ่งหนึ่งของจำนวนผู้แทนทั้งหมด
ในการประชุมใหญ่ ผู้แทนมีสิทธิออกเสียงได้หนึ่งเสียง ยกเว้นผู้แทนค้างส่งค่าบำรุงตามหมวดที่ 6
ข้อ 20 (3)
มติที่ประชุมใหญ่ให้ถือเสียงข้างมาก หากคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานที่ประชุมมีเสียง
เพิ่มอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด การออกเสียงให้กระทำโดยวิธีเปิดเผย เว้นแต่ที่ประชุมมีมติเป็นอย่าง
อื่น ส่วนการออกเสียงเลือกตังกรรมการให้กระทำโดยวิธีลับ เว้นแต่การเลือกตั้งกรรมการที่มีผู้สมัครงไม่เกินจำนวนที่กำหนดจะกระทำโดยวิธีเปิดเผยก็ได้
มติในกาแก้ไขข้อบังคับของสหพันธ์ ต้องได้รับคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของผู้เข้าร่วม
ประชุม
มติของคณะกรรมการที่ขัดหรือแย้งกับมติที่ประชุมใหญ่ไม่มีผลใช้บังคับ
ข้อ 25. การประชุมใหญ่วิสามัญ หมายถึง การประชุมใหญ่ที่เกิดจากคณะกรรมการมีมติให้เปิดประชุมด้วย
คะแนนเสียงกึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมด หรือผู้แทนตามจำนวนในหมวดที่ 6 ข้อ19 (5) หรือ (6)
หรือหมวดที่ 9 ข้อ 34 การลงมติจะกระทำได้โดยเปิดเผยหรือลับก็ได้
เลขาธิการสหพันธ์ เมื่อได้รับหนังสือจากคณะกรรมการหรือผู้แทนเพื่อขอประชุมใหญ่
วิสามัญจะต้องเปิดประชุมใหญ่วิสามัญโดยเร็ว ภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งความ
จำนงขอให้เปิดประชุมใหญ่

หมวดที่ 8
การประชุมคณะกรรมการ
ข้อ 26 คณะกรรมการต้องจัดให้มีการประชุมคณะกรรมการอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง การประชุมคณะ
กรรมการต้องมีกรรมการเข้าประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม
ในกรณีกรรมการไม่ครบองค์ประชุมให้ประธานหรือรองประธานหรือเลขาธิการสั่งเลื่อน
ประชุมได้ เมื่อเวลาผ่านไปเกินกว่าสามสิบนาที
ข้อ 27 ในกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ให้ประธานสหพันธ์ หรือกรรมการไม่น้อยกว่าสามคนแจ้งให้เลขาธิการ
เรียกประชุมกรรมการวิสามัญ โดยให้เลขาธิการแจ้งให้กรรมการทุกคนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสาม
วัน
ข้อ 28 ในการประชุมสามัญประจำเดือน ให้เลขาธิการสหพันธ์แจ้งกำหนดการประชุมและวาระการประชุม
คณะกรรมการไปยังกรรมการเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าไม่น้อยกว่าห้าวันก่อนวันประชุม
ข้อ 29 ให้ประธานสหพันธ์ทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการ หรือการประชุมวิสามัญ หาก
ประธานสหพันธ์ไม่อยู่ ให้รองประธานสหพันธ์ทำหน้าที่แทน
ข้อ 30. กรรมการที่ประสงค์จะเสนอญัตติที่ประชุมให้ยื่นญัตติต่อเลขาธิการสหพันธ์ก่อนกำหนดการประชุม
คณะกรรมการประจำเดือนไม่น้อยกว่าสองสัปดาห์ และญัตตินั้นจะต้องได้รับการสนับสนุนจาก
กรรมการอื่นไม่น้อยกว่าสองคน
ข้อ 31. กรรมการคนหนึ่งมีสิทธิออกเสียงได้หนึ่งเสียง และมติของที่ประชุมจะสมบูรณ์ เมื่อได้รับคะแนนเสียง.
สนับสนุนเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการที่อยู่ในที่ประชุม การออกเสียงจะกระทำแทนกันไม่ได้
กรณีคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานที่ประชุมมีสิทธิออกเสียงชี้ขาด
ข้อ 31. กิจกรรมซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการพึงกระทำ มีดังต่อไปนี้
(1) รับรองรายงานการประชุมครั้งที่แล้ว
(2) กรรมการฝ่ายต่าง ๆ รายงานกิจกรรมต่าง ๆ และความก้าวหน้าของสหพันธ์ในช่วงเวลาที่ผ่านมา
(3) กำหนดวิธีการเลือกตั้งคณะกรรมการ และเลือกกรรมการในตำแหน่งต่าง ๆ
(4) พิจารณาและตัดสินว่าจะเสนอญัตติใดต่อที่ประชุมใหญ่
(5) พิจารณาการรับหรือไม่รับสหภาพแรงงาน เข้าเป็นสมาชิกสหพันธ์
(6) อื่น ๆ ที่คณะกรรมการประสงค์จะให้ผ่านมติที่ประชุมใหญ่

หมวดที่ 9
คณะกรรมการสหพันธ์
ข้อ 33. คณะกรรมการสหพันธ์ประกอบด้วยผู้แทนซึ่งได้รับเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่สหพันธ์ให้เป็น
กรรมการสหพันธ์จำนวนไม่เกินยี่สิบห้าคน โดยมีกรรมการส่วนหนึ่งได้รับมอบหมายจากกรรมการ
สหพันธ์ให้ดำรงตำแหน่งประธาน รองประธาน เลขาธิการ นายทะเบียน และเหรัญญิก เพื่อทำหน้าที่
บริหารสหพันธ์ร่วมกับกรรมการที่เหลือ
ข้อ 34. คณะกรรมการอยู่ในตำแหน่งวาระละสามปี ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการว่างลงก่อนครบวาระเกินกว่า
หนึ่งในห้าของกรรมการทั้งหมด คณะกรรมการต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญภายในหกสิบวัน
เพื่อเลือกตั้งซ่อมกรรมการเท่ากับจำนวนที่ว่างลง กรรมการที่ได้รับเลือกตั้งมีระยะเวลาอยู่ในตำแหน่ง
เท่ากับกรรมการอื่น
ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการว่างลงก่อนครบกำหนดเกินกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมด
คณะกรรมการต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญภายในหกสิบวัน เพื่อเลือกตั้งกรรมการใหม่ทั้งคณะ
ข้อ 35. คณะกรรมกามีอำนาจและหน้าที่ ดังนี้
(1) เป็นผู้ดำเนินกิจการและเป็นผู้แทนของสหพันธ์ในกิจกาที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก หรืออาจมอบหมายให้กรรมการคนหนึ่งหรือหลายคน กระทำการแทนได้
(2) อนุมัติการใช้จ่ายเงินให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ และหรือแผนการปฏิบัติงาน
(3) ดำเนินการตามวัตถุประสงค์ ข้อบังคับ และกฎหมาย
(4) เสนอรายงานกิจการ ฐานะการเงิน และการดำเนินงานของสหพันธ์ต่อที่ประชุมใหญ่
(5) จัดหาและดูแลรักษาทุน และทรัพย์สินต่าง ๆ ของสหพันธ์ ให้อยู่ในสภาพปลอดภัยและประหยัด
(6) ดำเนินการเลือกตั้งกรรมการตำแหน่งต่าง ๆ ของสหพันธ์
(7) พิจารณาและวินิจฉัยการรับสมาชิก
(8) แต่งตั้งอนุกรรมการ หรือที่ปรึกษา เพื่อปฏิบัติงานใด ๆ ของสหพันธ์
(9) วางระเบียบต่าง ๆ เพื่อควบคุมการจ้าง การแต่งตั้งการปฏิบัติหน้าที่ การถอดถอนหรือปลดลูกจ้างของสหพันธ์
(10) ดูแลให้ข้อบังคับมีผลใช้บังคับ และเสนอให้มีการแก้ไขข้อบังคับหากจำเป็น
(11) ปฏิบัติการอื่นใดอันไม่ขัดต่อวัตถุประสงค์ของสหพันธ์ และกฎหมาย
ข้อ 36. กรรมการสิ้นสภาพเมื่อ
(1) ตาย
(2) ออกตามวาระ
(3) ลาออก
(4) พ้นสภาพการเป็นกรรมการของสหภาพแรงงานนั้น
(5) ที่ประชุมใหญ่ของสหพันธ์หรือที่ประชุมของสหภาพแรงงานนั้น ๆ มีมติให้ออก
(6) ขาดการประชุมสามัญเกินกว่าสามครั้งติดต่อกัน
ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นไม่สามารถมาร่วมประชุมสามัญประจำเดือนได้ ให้ทำหนังสือแจ้งการลาต่อสหพันธ์แรงงาน และหรือทำหนังสือมอบอำนาจให้กรรมการสหภาพแรงงานนั้น มาประชุมแทน และมีสิทธิออกเสียงเสมือนหนึ่งกรรมการผู้นั้นเข้าร่วมประชุมเอง
เมื่อกรรมการลาออกทั้งคะหรือครบวาระ ให้คณะกรรมการชุดเดิมรักษาการและจัดให้มีการเลือกตั้งตามหมวดที่ 9 ข้อ 34

หมวดที่ 10
ประธานสหพันธ์ เลขาธิการสหพันธ์ นายทะเบียนสหพันธ์และเหรัญญิก

ข้อ 37. ประธานสหพันธ์ มีหน้าที่ดังนี้
(1) ควบคุมดูแลโดยทั่วไป ซึ่งกิจการของสหพันธ์
(2) เป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการและที่ประชุมใหญ่วิสามัญ
(3) ในกรณีความจำเป็นและรีบด่วน ประธานและเลขาธิการสามารถดำเนินกาไปก่อนได้เท่าที่จำเป็น และนำเสนอต่อคณะกรรมการโดยไม่ชักช้าในการประชุมคราวต่อไป
(4) ดำเนินการอื่น ๆ ตามข้อบังคับ กฎหมายและหรือมติของคณะกรรมการ
ข้อ 38. ในกรีประธานสหพันธ์ไม่อยู่ หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานสหพันธ์ปฏิบัติแทน
ในกรณีที่ทั้งประธานสหพันธ์และรองประธานสหพันธ์ไม่อยู่ หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่
ได้ให้คณะกรรมการเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งขึ้น เพื่อปฏิบัติงานแทนประธานสหพันธ์
ข้อ 39. เลขาธิการสหพันธ์ มีหน้าที่ดังนี้
(1) เรียกประชุมใหญ่ หรือประชุมใหญ่วิสามัญ ตามมติของคณะกรรมกาและเรียกประชุมคณะกรรมการหรือเรียกประชุมวิสามัญ ตามคำสั่งของประธานสหพันธ์
(2) แจ้งให้สมาชิกทราบถึงความเคลื่อนไหวที่สำคัญของคณะกรรมการ
(3) แจ้งกำหนดเวลา สถานที่ และระเบียบวาระกาประชุมคณะกรรมการ ให้กรรมการทุกคนทราบล่วงหน้า เป็นเวลาไม่น้อยกว่าห้าวัน ก่อนวันประชุม และในกรณีที่ประชุมวิสามัญของคณะกรรมการจะต้องแจ้งล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามวัน ก่อนวันประชุม
(4) จดบันทึกรายงานการประชุม โต้ตอบจดหมายทุกชนิดของคณะกรรมการและเก็บรักษารายงานการประชุมทุกประเภทของสหพันธ์
(5) หน้าที่อื่นตามข้อบังคับ หรือคำสั่งของคณะกรรมการ
ข้อ 40. นายทะเบียนมีหน้าที่ดังนี้
(1) รับผิดชอบ ดูแลเกี่ยวกับทะเบียนสมาชิก และใบสมัครสามาชิก
(2) ปรับปรุง แก้ไข และเก็บรักษาทะเบียนสมาชิกให้ทันสมัย
(3) ช่วยงานและประสานงานกับเลขาธิการสหพันธ์
(4) ออกใบรับรองการเป็นสมาชิก
(5) หน้าที่อื่นตามกฎหมาย หรือคำสั่งของคณะกรรมการ
ข้อ 41. เหรัญญิกมีหน้าที่ ดังนี้
(1) รับผิดชอบทางด้านการเงินของสหพันธ์ และเป็นผู้ลงลายมือชื่อในหลักฐานการรับและจ่ายเงิน
(2) เตือนให้สมาชิกชำระค่าบำรุงที่ค้าง
(3) เปิดหรือปิดบัญชีเงินฝากธนาคารตามมติคณะกรรมการ รักษาสมุดคู่ฝากและเอกสารการเงินทุกประเภท
(4) เป็นผู้ลงนามสั่งจ่ายเงินร่วมกับประธานสหพันธ์ หรือเลขาธิการสหพันธ์
(5) จัดทำงบแถลงฐานะการเงินของสหพันธ์ต่อที่ประชุมคณะกรรมการหรือที่ประชุมใหญ่
(6) รายงานการค้างชำระค่าบำรุงต่อคณะกรรมการ
(7) ต้องจัดให้มีบัญชีดังต่อไปนี้
1. จำนวนเงินที่สหพันธ์ได้ รับ - จ่าย เงินให้เป็นปัจจุบันทุกคราวไป
2. สินทรัพย์และหนี้สินของสหพันธ์
(8) หน้าที่อื่น ตามข้อบังคับหรือมติคณะกรรมการ

หมวดที่ 11
ทรัพย์สิน งบดุล และการสอบบัญชี
ข้อ 42. รายได้ของสหพันธ์มาจาก
(1) ค่าสมัครและค่าบำรุงจากสมาชิก
(2) ดอกเบี้ยเงินฝาก
(3) การจัดกิจกรรมต่าง ๆ ของสหพันธ์
(4) การช่วยเหลือจากที่อื่น โดยปราศจากเงื่อนไข หรือไม่ผิดกฎหมาย
ข้อ 43. รายจ่ายของสหพันธ์ให้ใช้จ่ายเพื่อดำเนินกิจการทั้งปวงของสหพันธ์ตามวัตถุประสงค์ ทั้งนี้เป็นไปตาม
ติคณะกรรมการหรือที่ประชุมใหญ่
ข้อ 44. การอนุมัติจ่ายเงินเกินวงเงินงบประมาณประจำปีของสหพันธ์ จะต้องขออนุมัติจากคณะกรรมการทุก
ครั้ง
ประธานสหพันธ์มีอำนาจอนุมัติการจ่ายเงินเพื่อดำเนินการกิจการทั้งปวงของสหพันธ์ ไม่
เกินวงเงินงบประมาณที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ
ข้อ 45. เหรัญญิกสหพันธ์มีสิทธิเก็บรักษาเงินสดไว้ในมือไม่เกินสามพันบาท หากมีเงินสดในมือเกินกว่าสามพันบาทให้นำส่วนที่เกินเข้าบัญชีเงินฝากของสหพันธ์ทุกครั้ง
การสั่งจ่ายเงินฝากของสหพันธ์ ให้ประธาน รองประธานคนที่ 1 เลขาธิการ และ
เหรัญญิกลงลายมือชื่อสั่งจ่ายร่วมกันสองในสี่
ข้อ 46. คณะกรรมการ ต้องจัดให้มีการทำงบดุลในรอบหนึ่งปีอย่างน้อยหนึ่งครั้ง โดยถือเอาวันสิ้นสุดปีปฏิทิน
เป็นปีในทางการบัญชี งบดุลของสหพันธ์ต้องมีรายการย่อแสดงสินทรัพย์ หนี้สิน ทั้งบัญชีรายรับและ
บัญชีรายจ่าย
งบดุลนั้นต้องให้มีผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบ และรับรองแล้วจึงนำเสนอเพื่อขอ
อนุมัติในที่ประชุมใหญ่ภายในห้าเดือน นับแต่วันสิ้นปีในทางการบัญชีของสหพันธ์
สำเนางบดุล ให้ส่งไปยังผู้แทนทุกคนที่มีชื่อในทะเบียนของสหพันธ์ ก่อนถึงวันประชุม
ใหญ่ไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน นอกจากนั้นให้มีสำเนาเปิดเผยไว้ในสำนักงานของสหพันธ์ ในระหว่างเวลา
เช่นว่านั้น เพื่อเป็นที่เปิดเผย
เมื่อเสนองบดุล คณะกรรมการต้องเสนอรายงานต่อที่ประชุมใหญ่ แสดงว่าภายในรอบปี
ที่พิจารณากันอยู่นั้น การงานของสหพันธ์ได้จัดทำเป็นประการใด
ข้อ 47. ผู้ตรวจสอบบัญชีสหพันธ์ ต้องเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่ทุกปี
เงินสมาคมคุณผู้ตรวจสอบบัญชีให้ที่ประชุมใหญ่กำหนด
ผู้สอบบัญชีต้องทำรายงานว่าด้วยงบดุลและบัญชี ยื่นต่อที่ประชุมใหญ่ และผู้สอบบัญชี
ต้องแถลงในรายงาน เช่น ตนเห็นว่า งบดุลได้ทำถูกโดยถ้วน ควรฟังว่าได้สำแดงให้เห็นสภาพของ
สหพันธ์ที่เป็นอยู่จริงแ ละถูกต้องหรือไม่
ข้อ 48. เมื่อมีการเลิกสหพันธ์ หลังจากชำระบัญชีแล้วถ้ามีทรัพย์สินเหลืออยู่ ให้โอนไปให้แก่นิติบุคคลซึ่งเป็น
องค์การแรงงานของลูกจ้างตามมติของที่ประชุมใหญ่

หมายเหตุ ข้อบังคับนี้ได้นำเสนอเพื่อขอแก้ไขต่อที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2542 เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม
2542 และได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่แล้ว

   
   
   
   
   

 

 
 
 
 
 
 
................................................................................................................................................
 
สงวนลิขสิทธิ์โดย " สำนักงานสหภาพแรงงานธนาคารกรุงเทพ "
เลขที่ 9  ถนนเสือป่า  แขวงเทพศิรินทร์  เขตป้อมปราบฯ  กรุงเทพ  10100
โทร. 0-2225-2166, 0-2222-2111 ต่อ 1291   Fax. 0-2225-2166   E-mail : bblunion@hotmail.com