ถ้าเราคิดถึงตัวเองแคบ ๆ คิดถึงแนวทางต่อสู้สิทธิตัวเอง แต่เราต้องช่วยคนอื่นด้วย ทำไมประเทศเรา สหภาพแรงงานไม่เข้มแข็ง เพราะว่าเราเป็นประเทศแบบศักดินา ดูถูก ใช้บุญคุณ ผู้บริหารไม่ชอบการตั้งสหภาพ แต่ความจริงแล้วการตั้งสหภาพเป็นเรื่องปกติในสวีเดน อาจารย์มหาวิทยาลัยก็ตั้งสหภาพได้เพราะมหาวิทยาลัยเอกชนหยุดวันที่ ๑ พฤษภาด้วย
สหภาพถูกครอบงำให้เป็นผู้บริโภค มีความคิดแบบชนชั้นกลาง คือคิดอย่างไรจะทำให้ได้เงินเดือนเยอะ ทำอย่างไรจะซื้อของเยอะ คิดแต่ระยะสั้น ไม่ได้คิดว่าทำอย่างไรจะมีส่วนในการถือหุ้นในบริษัทของเราหรือตัวแทนของเรา บริหารในบอร์ดของบริษัท เราไม่คิด แต่คิด แบบปัญเจกชน ขอให้ขึ้นเงินเดือนก็พอใจแล้ว แต่ไม่ได้คิดถึงอำนาจต่อรองของประชาชนหรือคิดในเชิงสร้างประชาธิปไตยแท้จริง
คนที่มีการศึกษา คนรับรู้ข้อมูลข่าวสารควรจะไปบอกคนอื่น พวกชาวบ้านที่ถูกเขาหลอกด้วยโครงการประชานิยมของไทยรักไทยซึ่งมันเป็นการเติบโตแบบผิวเผิน
แต่ทักษิณก็โม้ว่าโต ๕ % ๑๐ % แต่มันโตแบบฉาบฉวย ก่อนปี ๔๐ เคยโตมา ๑๐ % แล้วโตด้วยการเป็นหนี้ โตด้วยการบริโภค เก็งกำไรที่ดิน อะไรกันวุ่นวาย เศรษฐกิจแบบนี้ไม่มีความหมาย มันจะมีความหมายเมื่อประชาชนมีการศึกษา มีงานทำ มีการจัดตั้งองค์กรที่เข้มแข็ง ระบบสังคม ระบบการศึกษาที่ดี ปัจจุบันคุณภาพก็แย่มาก ทั้งปริมาณก็แย่ บริการสาธารณสุขก็แย่ ทั้ง ๆ ที่ประเทศเราเป็นประเทศที่มีประชากรเยอะแล้วเรามีทรัพยากรทางด้านเกษตรเยอะ แปรรูปเกษตรกรรมให้เป็นอุตสาหกรรม วัตถุดิบมากมาย เราสามารถสร้างความร่ำรวย กระจายให้สังคม และพัฒนาคนไทยได้มาก ถ้าไม่มีการคอรัปชั่น อย่างวันก่อนคุณหญิงอะไรบอกว่าถ้าไม่มีคอรัปชั่น การสร้างถนนจะทำเป็นด้วยทองคำก็ได้
คุณวิทยากร ได้ให้ความเห็นว่า สหภาพแรงงานต้องก้าวหน้า ต้องคิดไปข้างหน้า นอกจากพัฒนาตนเองให้เข็มแข็งแล้ว ต้องช่วยเหลือคนอื่นด้วย ไม่เช่นนั้นแล้วถึงจุดหนึ่งก็ตายเหมือนกัน มิใช่คนชั้นล่างตาย พนักงานธนาคารเองก็จะตาย
สรุป สหภาพแรงงานของเราควรดำเนินงานไปช่วยคนอื่นมากขึ้น พูดง่าย ๆ ว่า สมมุติไฟไหม้บ้านเพื่อนเรา อยู่เฉย ๆ ไฟก็ไหม้บ้านเราเหมือนกันเพราะฉะนั้นเราช่วยกันดับไฟเสียก่อน อย่าให้ไฟมันลุกลามถึงบ้านเรา พูดอีกอย่างเราไม่ควรเห็นแก่ตัวนี่เองควรจะเข้าไปมีส่วนร่วมกับคนงานที่อาจารย์ได้ฝากไว้กับเรา
คนสุดท้าย คุณปิยะเชษฐ์ กล่าวพอสรุปได้ว่า สังคมใหม่ทึ่ปรารถนาคือ สังคมประชาธิปไตยมีตัวแทนในประเทศสวีเดน หากต้องการเห็นสังคมในลักษณะสังคมยุคใหม่ สังคมที่ดีที่ทุกคนปรารถนาแล้ว ภาคประชาชน สหภาพแรงงานและกรรมกรจะต้องรวมตัวกันให้เข้มแข็ง โดยใช้พรรคการเมืองเป็นเครื่องมือในการสร้างสังคมใหม่ที่ดี เพื่อจะได้มีอำนาจเข้าไปจัดสรรทรัพยากรของประเทศให้กับประชาชนอย่างเป็นธรรม
ผู้ดำเนินการอภิปราย กล่าวสรุปได้ดังนี้
๑ . สังคมใหม่ที่เราพึงปรารถนา คือสังคมประชาธิปไตยและรัฐสวัสดิการ
๒ . ความเหลื่อมล้ำในสถานประกอบการ ใช้สหภาพเป็นเครื่องมือแก้ไข
๓ . ความเหลื่อมล้ำทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ใช้พรรคการเมืองของผู้ใช้แรงงานแก้ไข และใช้การเมืองภาคประชาชนที่เกิดจากการรวมตัวของสหภาพแรงงาน เกษตรกร สหกรณ์ และสมาคมวิชาชีพต่าง ๆ ผนึกกำลังให้เข้มแข็ง เพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ |